เคล็ดลับสุขภาพ และความงาม รวมเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ ความสวยความงาม
คนสุขภาพดี ประเมินจากเกณฑ์อะไรบ้าง

คนสุขภาพดี ประเมินจากเกณฑ์อะไรบ้าง

จากผลสำรวจล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2563 พบว่าคนไทยมีค่าเฉลี่ยอายุยืนขึ้น คือ 80.4 ปี ในเพศหญิง และ 73.2 ปี ในเพศชาย และยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น สิ่งนี้บอกอะไรเราได้บ้าง นั่นก็คือ ยิ่งอายุเฉลี่ยยืนยาวมากขึ้นเท่าใด การใส่ใจในการรักษาสุขภาพให้ดีอย่างต่อเนื่องก็ยิ่งเป็นความจำเป็นที่เราทุกคนต้องให้ความสำคัญ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ช่วยลดภาระคนรอบข้าง และช่วยประหยัดทรัพยากรทางด้านการแพทย์

แล้วอย่างไรจึงจะเรียกว่าสุขภาพดี การมีสุขภาพดี ประกอบไปด้วยสุขภาพกายแข็งแรง และสุขภาพจิตใจที่ดี ตามหลักเวชศาสตร์ การมีสุขภาพแข็งแรงนั้นจะต้องมีองค์ประกอบ 4 ประการ คือ

1.พลัง หมายถึง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายจะต้องแข็งแรง ซึ่งจะได้มาด้วยการออกกำลังกายที่บริหารกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง การใช้กล้ามเนื้อเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งไม่สามารถส่งความแข็งแรงไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ได้ เช่น การยกของหนักได้ทีละมาก ๆ ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนมีพลังเยอะ, เหงื่อออกโทรมกายทุกวันก็อาจจะยังเติมพลังให้ร่างกายได้ไม่ครบถ้วน เป็นต้น

2.ความทนทานของกล้ามเนื้อ หมายถึง ความสามารถของกล้ามเนื้อที่จะออกแรงซ้ำ ๆ ได้โดยไม่อ่อนแรงง่าย การฝึกความทนทานของกล้ามเนื้อทำได้ด้วยการรักษาความสม่ำเสมอในการบริหารกล้ามเนื้อ ความต่อเนื่องในการฝึกช่วยเสริมความแกร่ง การหยุดฝึกนาน ๆ กล้ามเนื้อจะเหลว หย่อนคล้อย อ่อนล้า ไม่สามารถออกแรงนาน ๆ ได้ การฟื้นฟูกลับคืนจะต้องเริ่มต้นนับหนึ่งฝึกใหม่ทั้งหมดซึ่งนำมาซึ่งความท้อและล้มเลิกการฝึกได้ในที่สุด วิธีหนึ่งที่ช่วยให้การฝึกได้ผลต่อเนื่องคือ ให้ใส่ตารางฝึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสำคัญประจำวัน กำหนดเป้าหมายการฝึกที่ชัดเจน รักษาวินัยอย่างเคร่งครัดจนกระทั่งติดเป็นนิสัย

3.ความทนทานของระบบหัวใจและหลอดเลือด หมายถึง ความสามารถในการออกกำลังกายอย่างหนักโดยใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ส่วนต่าง ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน การเพิ่มสมรรถนะของความทนทานนี้จะต้องบริหารร่างกายติดต่อกันอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที ซึ่งจะมีผลทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นอย่างน้อยถึงระดับร้อยละ 70 ของอัตราเต้นสูงสุดตามอายุของคน ๆ นั้น และจะต้องปฏิบัติต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์

4.ความคล่องแคล่วว่องไว หมายถึง ร่างกายเคลื่อนไหวได้เต็มสมรรถภาพในส่วนของข้อต่อ กระดูก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ การยืดเหยียด ซึ่งสามารถบริหารด้วยท่าที่เคลื่อนไหวรอบทิศทาง ให้กระดูกข้อต่อ เส้นเอ็นได้ขยับขับเคลื่อน ยืดเหยียดได้ครบถ้วน เช่น การโค้งตัวให้ฝ่ามือแตะพื้น, การหมุนคอ เอียงซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง, การลุก-นั่ง, การยกแขนขึ้น-ลง เป็นต้น เป็นการเตรียมร่างกายให้พร้อมเคลื่อนไหวในการออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภั

การฝึกฝนตนเองสู่สุขภาพกายที่แข็งแรง ต้องทำต่อเนื่องอย่างน้อยวันละ 30 นาที ครั้งละไม่เกิน 1 ชม. สัปดาห์ละอย่างน้อย 3 วัน หากสามารถจัดการให้ได้จำนวนวันมากกว่านั้น หรือถ้าทำได้ทุกวันจะยิ่งทวีความแข็งแรงให้กับร่างกาย การออกกำลังกายหักโหมเกินความจำเป็นอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายได้

ดื่มน้ำเยอะ สุขภาพดี จริงหรือไม่

© 2021 Charlieloveblues All Rights Reserved